Ocac.go.th


นิทรรศการศิลปกรรม Brandnew – แบรนด์นิว 2016
จำนวนผู้เยี่ยมชม 783 คน
  •  นิทรรศการศิลปกรรม Brandnew – แบรนด์นิว 2016

    โดย ดร. วิชญ มุกดามณี

     

    Figure 1: นิจสุภา นาคอุไร, “The Perfect Number No.1, 2016, 120 x 90 cm, oil on canvas

     

    “แบรนด์นิว” เป็นเวทีการแสดงศิลปกรรมซึ่งริเริ่มโดยหอศิลปมหาวิทยาลัยกรุงเทพ โดยมีจุดประสงค์หลักคือการสร้าง “โอกาส” สำหรับศิลปินรุ่นใหม่ได้โลดแล่นในวงการศิลปะร่วมสมัยของประเทศไทย สนับสนุนการหาทางออกใหม่ๆ ในรูปแบบและความคิดทางศิลปะ เพี่อแสดงออกถึงความหลากหลายในแนวทางการสร้างสรรค์ เรียกได้ว่าเป็นโครงการศิลปกรรมที่มีบทบาทสำคัญอีกแห่งหนึ่งของประเทศ เป็นที่จับตามองของคนในวงการศิลปะหลากหลายกลุ่ม สร้างแรงบันดาลใจอย่างต่อเนื่องแก่นักศึกษาศิลปะ เป็นสถานที่แจ้งเกิดของศิลปินรุ่นใหม่หลายๆ ท่าน และยังส่งเสริมให้เกิดเครือข่ายอันกว้างขวางระหว่างสถาบันการศึกษาและหอศิลป์ทั้งรัฐและเอกชน

    จุดยืนของโครงการแบรนด์นิวคือเป็นพื้นที่ศิลปะทางเลือกใหม่ซึ่งแตกต่างจากเวทีการประกวดศิลปกรรมอื่น ๆ ในประเทศไทย เวทีการประกวดส่วนใหญ่ ไม่ว่าจะเกิดขึ้นโดยการสนับสนุนของภาครัฐหรือเอกชน จัดโดยสถาบันการศึกษาหรือหน่วยงานบริษัทต่าง ๆ มักใช้วิธีการเปิดรับสมัครให้ศิลปินส่งผลงานเข้ามาร่วมประกวด แบ่งงานศิลปะเป็นประเภทต่างๆ แล้วเชิญและแต่งตั้งศิลปิน ผู้ทรงคุณวุฒิในวงการศิลปกรรมหลายๆ ท่านเป็นทีมกรรมการในการตัดสิน มีการมอบรางวัลยอดเยี่ยม ดีเด่น อันดับหนึ่ง สอง และสาม ตามลำดับ แต่สำหรับโครงการศิลปกรรมแบรนด์นิวจะแตกต่างออกไป คือไม่ได้เปิดรับสมัครให้ศิลปินส่งผลงานเข้าประกวด หอศิลปมหาวิทยาลัยกรุงเทพทำการคัดเลือก “ภัณฑารักษ์ (curator)” จากนั้นภัณฑารักษ์จะเป็นผู้คัดเลือกศิลปินจำนวนหนึ่งสำหรับเข้าร่วมในโครงการ ไม่มีการให้รางวัลเป็นอันดับๆ ศิลปินทุกคนที่ถูกคัดเข้ามาได้รับเกียรติเท่าเทียมกันให้ฐานะ “ศิลปินแบรนด์นิว” ทั้งนี้การกำหนดรูปแบบ วิธีการคัดเลือก และแนวความคิดหลักของนิทรรศการให้เป็นสิทธิของภัณฑารักษ์ ซึ่งแต่ละปีมีการปรับเปลี่ยนภัณฑารักษ์ไปเรื่อย ๆ ส่งผลให้รสนิยมในการคัดเลือกกลุ่มศิลปินมีความหลากหลายไม่ซ้ำกัน

    สำหรับ “แบรนด์นิว 2016 ซึ่งถือเป็นครั้งที่ 11 ของโครงการ ทางหอศิลปมหาวิทยาลัยกรุงเทพเชิญ คุณอังกฤษ อัจฉริยโสภณ ศิลปินและภัณฑารักษ์จากจังหวัดเชียงราย มาเป็นภัณฑารักษ์ของนิทรรศการ เมื่อสวมบทบาทเป็นศิลปิน คุณอังกฤษสร้างสรรค์ผลงานด้วยสื่อและเทคนิคอันหลากหลาย ทั้งงานสื่อผสม งานวาดเส้น ภาพถ่าย ศิลปะการแสดง performance และ งานจิตรกรรมแนวนามธรรม แสดงผลงานเดี่ยวและกลุ่มหลายครั้งทั้งในและต่างประเทศ สำหรับบทบาทภัณฑารักษ์ คุณอังกฤษผ่านประสบการณ์การบริหารจัดการนิทรรศการมาแล้วมากมาย เช่น นิทรรศการ THE POST SUPERHUMANITY ในปี 2010 ที่อังกฤษแกลเลอรี่ จังหวัดเชียงราย นิทรรศการ An Unforgettable show together! ที่หอศิลป์ WE-LOW Gallery เทศกาลศิลปะ Aichi Triennale ในปี 2013 เมืองนาโกย่า ประเทศญี่ปุ่น นิทรรศการ what’s COOKING โดยศิลปิน ไทวิจิต พึ่งเกษมสมบูรณ์ เมื่อปี 2014 ณ หอศิลป์ ArtBridge จังหวัดเชียงราย อีกนิทรรศการสำคัญซึ่งถูกกล่าวถึงอย่างกว้างขวาง คือ Chiang Mai Now! ที่หอศิลปวัฒนธรรมแห่งกรุงเทพมหานคร ในปี 2011 โดยคุณอังกฤษคัดเลือกศิลปินและนักวัฒนธรรมร่วมสมัย 12 ท่าน มาจัดแสดงผลงานศิลปะแนวทดลอง กิจกรรมศิลปะ และการทดลองทางวัฒนธรรม เพื่อค้นหาทางออกและทางเลือกใหม่ๆ  แสดงออกถึงปัญหาและอุปสรรคอันเนื่องมาจากความไม่เท่าเทียมทางสังคม การเมือง เศรษฐกิจ ที่เกิดขึ้นและเป็นอยู่ในปัจจุบัน

    Figure 2: ผลงานชุด The Blue Cinema โดย นิจสุภา นาคอุไร จัดแสดงที่ RMA Institute

                                                           

    Figure 3: อธิษว์ ศรสงคราม, “A Strip”, 2016, 50 x 75 cm, Inkjet print

    Figure 4: ผลงานชุด Dirty Snow Posey โดย แพร พู่พิทยาสถาพร จัดแสดง ณ หอศิลปมหาวิทยาลัยกรุงเทพ

     

    คุณอังกฤษคัดเลือกศิลปินรุ่นใหม่สำหรับโครงการแบรนด์นิว 2016 จำนวน 6 ท่าน จัดแสดงผลงาน   ณ แกลเลอรี่ศิลปะ 4 แห่งในห้วงเวลาใกล้เคียงกัน ได้แก่ หอศิลปมหาวิทยาลัยกรุงเทพ จัดแสดงระหว่างวันที่ 12 พฤศจิกายน 2016 – 28 กุมภาพันธ์ 2017 นำเสนอผลงานจิตรกรรมสีอะคริลิกบนผ้าใบ ภาพทิวทัศน์ในบรรยากาศที่เรียบง่ายและเงียบเหงา ในชื่อชุดว่า Dirty Snow Posey ของคุณแพร พู่พิทยาสถาพร และจิตรกรรมรูปผิวหนังของมนุษย์ที่ใช้เทคนิคสีอะคริลิกผสมกับเครื่องสำอาง ในชื่อชุดว่า My Hands Remember How Your Body Felt โดยคุณภาคินี ศรีเจริญสุข WTF คาเฟ่ & แกลเลอรี่ จัดแสดงระหว่างวันที่ 26 พฤศจิกายน – 26 ธันวาคม 2016 นำเสนอผลงานศิลปะจัดวางเสียง (sound installation) ในชื่อชุด Touching at a Distance ของคุณธัชธรรม ศิลป์สุพรรณ และผลงานจิตรกรรมสีอะคริลิกบนผ้าใบแนวนามธรรมที่มุ่งเน้นในเรื่องของการจัดวางระนาบของสี และเส้นต่าง ๆ ให้สัมพันธ์กับกิจวัตรประจำวันของศิลปิน ในชื่อชุด Intro Essence โดยคุณวันสว่าง เย็นสบายดี แกลเลอรี่ เวอร์ จัดแสดงระหว่างวันที่14 ธันวาคม 2016 – 15 มกราคม 2017 นำเสนอผลงานภาพถ่ายแนวคอนเซ็ปชวลชุด Mind the Monsoon โดย คุณอธิษว์ ศรสงคราม ซึ่งมีลักษณะคล้ายคลึงกับภาพวาดแนวนามธรรม ศิลปินอาศัยการจัดวางต้นแบบอย่าพิถีพิถัน ผสมผสานกับการจัดแสงและเทคนิคถ่ายภาพที่ซับซ้อน เพื่อสร้างความสัมพันธ์ระหว่างที่ว่าง (space) รูปทรง เส้น และน้ำหนักของแสงเงา และสุดท้ายคือที่หอศิลป์ RMA Institute จัดแสดงผลงานจิตรกรรมสีน้ำมันบนผ้าใบชุด The Blue Cinema โดย คุณนิจสุภา นาคอุไร ซึ่งศิลปินหยิบยืมฉากจากภาพยนตร์หลาย ๆ เรื่องมาเป็นแรงบันดาลใจในการสร้างสรรค์ภาพวาดสะท้อนบรรยากาศแห่งความเงียบเหงา โดดเดี่ยว และน่าหวาดระแวง ซึ่งจัดแสดงระหว่างวันที่ 18 ธันวาคม 2016 – 31 มกราคม 2017

     

     

    Figure 5: แพร พู่พิทยาสถาพร, “Twin Peaks”, 2015, 180 x 150 cm, Acrylic on canvas

     

    ความน่าสนใจประเด็นหนึ่งของผลงานศิลปกรรมที่จัดแสดงในนิทรรศการแบรนด์นิว 2016 ที่ผู้เขียนสัมผัสได้ คือ การตั้งคำถามถึง “อัตลักษณ์ความเป็นไทยในงานศิลปกรรมร่วมสมัยของไทย” สอดคล้องกับทัศนะที่คุณอังกฤษกล่าวไว้อย่างชัดเจนในสูจิบัตรของนิทรรศการว่า แนวความคิดสำคัญที่ใช้เลือกเฟ้นศิลปินทั้ง 6 ท่านคือ “ มองหาความเป็นไปได้ใหม่ ๆ และอะไรก็ตามที่ต่างออกไปจากการประเมินคุณค่าที่คุ้นเคย อะไรก็ตามที่ต่างออกไปจากระบบคุณค่าที่เรียกรวม ๆ ว่า ความเป็นไทย’ ” นิทรรศการกำลังกระตุ้นให้เราสงสัยว่า ตั้งแต่เมื่อไรที่ “ความเป็นไทย” กลายเป็นคุณสมบัติอย่างหนึ่งของงานศิลปะร่วมสมัยของไทย ? จำเป็นด้วยหรือที่ผลงานศิลปะของไทยต้องดูแล้วมีความเป็นไทย ? ถ้าหากผลงานศิลปะดู “ห่างออกไปจาก ความเป็นไทย’ ” (ดังเช่นผลงานที่จัดแสดงในนิทรรศการแบรนด์นิว 2016 เป็นต้น) จะทำให้คุณค่าของผลงานศิลปะชิ้นดังกล่าวสูญหายหรือลดน้อยถอยลงหรือไม่ ?

    ยกตัวอย่างเช่น ผลงานจิตรกรรมแนวเหมือนจริง My Hands Remember How your Body Felt โดยคุณภาคินี ศรีเจริญสุข ซึ่งจัดแสดงที่หอศิลปมหาวิทยาลัยกรุงเทพ ศิลปินแสดงทักษะขั้นสูงในการถ่ายทอดภาพขยายของผิวหนังมนุษย์ให้ผู้ดูได้เห็นสีผิวที่เหมือนจริง เม็ดไฝ รอยแตกของผิวหนัง รายละเอียดของรูขุมขน แสงที่ตกกระทบเส้นขนเล็ก ๆ เม็ดเหงื่อที่เกาะเป็นประกายแพรวพราว  หรือแม้แต่รอยนูนของกระดูกและสีคล้ำบาง ๆ ของเส้นเลือดที่ซ่อนอยู่ใต้ผิว บอกเล่าเรื่องราวและความรู้สึกของชีวิตได้อย่างสมจริง ผู้ดูรับรู้ได้ถึงผิวสัมผัสของผิวหนังที่ละเอียดอ่อน นุ่มละมุน อารมณ์ความรู้สึกและความสัมพันธ์จากการแตะต้องสัมผัสผิวเนื้ออันบอบบาง ศิลปินสร้างสรรค์ผลงานชุดนี้โดยอ้างอิงถึงความปรารถนาลุ่มหลง ความหมกมุ่นในบางสิ่งบางอย่าง ซึ่งเป็นความรู้สึกเฉพาะบุคคลอันเกิดขึ้นภายในใจ ผลงานจิตรกรรมของภาคินีไม่ได้เล่าเรื่องว่าความรู้สึก “ลุ่มหลง” และ “แรงปรารถนา” ที่ศิลปินหมายถึงคืออะไร แต่ส่งผลไปกระตุ้นเตือนความรู้สึก ความจำ และสำนึกเบื้องลึกในใจของผู้ดูแต่ละคน อันเต็มไปด้วยความหลากหลายและแตกต่างไปตามประสบการณ์

    นอกจากความเป็นจริงที่ว่า ศิลปินเจ้าของผลงานเป็นคนไทย ผลงานจิตรกรรมของภาคินีไม่ได้อ้างอิงถึงแง่มุมใด ๆ ของความเป็นไทยเลย แม้แต่วิธีการวาดภาพยังเป็นกระบวนการและการใช้ภาษาภาพอันเป็นสากล ศิลปินใช้สีอะคริลิกและเครื่องสำอางที่มีขายอยู่ทั่วไปในร้านค้าและห้างสรรพสินค้า รูปผิวหนังไม่ได้บ่งบอกถึงลักษณะเฉพาะใด ๆ ของคนไทย ไม่มีรอยสักที่บ่งบอกความเชื่อ ปราศจากเครื่องแต่งกายและเครื่องประดับ เป็นเพียงผิวหนังแบน ๆ สีผิวขาวอมเหลืองแบบคนเอเชีย แต่กระนั้นด้วยทักษะที่ช่ำชองกลับทำให้ศิลปินสามารถนำเสนอรูปลักษณ์อันเรียบง่ายของผิวหนังธรรมดา ๆ ดูลุ่มลึก น่าพิศวง ผลงานจิตรกรรมของภาคินีสื่อสารกับผู้ดูด้วยภาพที่ก้าวข้ามขอบเขตภาษาและวัฒนธรรม อ้างอิงแรงบันดาลใจและเนื้อหาเรื่องราวจากสิ่งพื้นฐานที่มนุษย์ทุกคนมีเหมือน ๆ กัน นั่นคือ ร่างกายและความรู้สึก แต่ด้วยมุมมองทางความคิดที่ชัดเจน ศิลปินสามารถนำสิ่งที่มีอยู่ดาษดื่นและเป็นสิ่งคุ้นเคยของคนทุกคนมาถ่ายทอดใหม่ให้เกิดความรู้สึกเฉพาะ เกิดแนวทางอันเป็นอัตลักษณ์ของตัวศิลปิน

     

      

     

    Figure 6 - 7: ผลงานจิตรกรรมแนวเหมือนจริง My Hands Remember How your Body Felt โดยคุณภาคินี ศรีเจริญสุข

     

                ในขณะที่วงการศิลปะทั่วโลกเชื่อมโยงถึงกันอย่างกว้างขวางและทั่วถึง ปฏิเสธไม่ได้ว่า “ความเป็นไทย” คือความได้เปรียบอย่างหนึ่งของศิลปินไทย ถ้าหากศิลปะคือการค้นหาอัตลักษณ์เฉพาะตัว ความเป็นไทยคือต้นทุนที่พิเศษเพราะย่อมมีความแตกต่างจาก “ความไม่ไทย” โดยอัตโนมัติ อีกทั้งยังเป็นประเด็นที่ใกล้ตัว สะดวกต่อการนำมาต่อยอดให้กลายเป็นแนวความคิดทางศิลปะ แต่กระนั้นต้องอย่าหลงลืมว่า “ความเป็นไทย” เป็นคำที่มีความหมายกว้างขวาง ยืดหยุ่น สามารถตีความได้หลากหลายแล้วแต่มุมมองทางความคิดของแต่ละคน และสำคัญที่สุดคือเป็นเพียง “ทางเลือก” หนึ่งเท่านั้นสำหรับศิลปินไทย ไม่ได้เป็นกรอบที่งานศิลปะร่วมสมัยของไทยทุกชิ้นต้องอ้างอิงถึง ศิลปินยังมีประเด็นอีกนับไม่ถ้วนสำหรับใช้สร้างแรงบันดาลใจ จากเรื่องราวในชีวิตส่วนตัว ขยายไปสู่ครอบครัว ชุมชน ประเทศ โลก หรือแม้แต่ไปสู่จักรวาลที่อยู่ไกลตัวอย่างคาดประมาณไม่ได้ จากเรื่องราวของปรัชญา ความเชื่อ ความศรัทธา ศาสนา การเมือง เศรษฐกิจ สังคม สิ่งแวดล้อม วิทยาศาสตร์ หรือแม้แต่การผสมผสานศาสตร์หลากหลายสาขาเข้าด้วยกัน มาสู่การปฏิเสธไม่อ้างอิงผลงานศิลปะกับสิ่งใดเลย ทั้งหมดคือทางเลือกอันหลากหลายที่เปิดกว้างให้ศิลปะเข้าไปเกี่ยวข้องและท้าทายอย่างไร้ขีดจำกัด

    บทบาทหนึ่งที่สำคัญของงานศิลปะคือการเปิดโลกทัศน์ทางความคิด แม้แต่นิยามของคำว่า “ศิลปะ” ยังถูกท้าทายและขยับขยายให้กว้างขวางขึ้นทุกยุคทุกสมัย ในขณะที่เรากำลังปฏิเสธสิ่งใด ย่อมหมายถึงการยอมรับในอิทธิพลของสิ่งนั้น สาระสำคัญคือเราจะก้าวออกจากกรอบดังกล่าวนั้น “อย่างไร” เพื่อสร้างสรรค์ความงาม ความคิด ความรู้สึก และประสบการณ์ใหม่ ๆ  กระบวนการดังกล่าวนี้ต่างหากคือสาระที่แท้จริงของงานศิลปะ



    [1] สูจิบัตรนิทรรศการ BRANDNEW 2016 Art Project จัดพิมพ์โดยหอศิลปมหาวิทยาลัยกรุงเทพ (กรุงเทพ: 2016) หน้า 4

    [2] สูจิบัตรนิทรรศการ BRANDNEW 2016 Art Project จัดพิมพ์โดยหอศิลปมหาวิทยาลัยกรุงเทพ (กรุงเทพ: 2016) หน้า 7

     

  • ภาพประทับใจ :
    ไม่พบรูปภาพ