Art HK ไม่ไปไม่รู้!
วันที่ 01/11/2010 จำนวนผู้เยี่ยมชม 3039 คน
  • “ไปฮ่องกงเหรอ ไม่ไปเว้ย!”

    ฉันปฏิเสธเสียงแข็งทันที หลังเพื่อนสนิทโทรมาชักชวนไปฮ่องกงด้วยน้ำเสียงและอารมณ์เดียวกับไปเชียงใหม่

    ไม่ได้เล่นตัวหรือเย่อหยิ่งใส่เกาะธุรกิจและไฟแนนซ์แห่งนี้เพียงแต่ในไกด์บุ๊กและบรรดาเพื่อนแอร์โฮสเตสที่มักหิ้วเครื่องสำอางหรือกระเป๋าแบรนด์เนมเข้ามาราวกับได้ฟรี ทำให้ฮ่องกงในสายตาฉันเป็นบริโภคนิยมซิตี้ไปโดยปริยาย

    แต่เมื่อสูจิบัตรสีม่วงเล่มบาง ฉายภาพตลาดฮ่องกงยามค่ำคืน และกล่องไฟที่ระบุว่า ‘Art HK 10’ ตกมาถึงมือฉัน พร้อมคำโฆษณาแบบฮาร์ดเซลจากเพื่อนว่างานอาร์ตแฟร์ที่ฮ่องกงปีนี้ยิ่งใหญ่กว่าทุกปีที่ผ่านมา

    เพื่อนไม่ลืมปูพื้นฐานให้ฉันพกติดตัวหลังจากตัดสินใจตีตั๋วเครื่องบินราคาถูกที่ทำให้ใครๆ ก็บินได้ว่า อาร์ตแฟร์ที่ฮ่องกงจัดขึ้นทุกปีช่วงเดือนพฤษภาคม ณ Hong Kong Convention and Exhibition Center ถึงแม้ว่า Art HK 10 เป็นเหมือนเด็กอ่อน เพราะเพิ่งคลอดเป็นปีที่สาม แต่ก็ได้ชื่อว่าเป็นงานแฟร์ศิลปะที่สำคัญติดอันดับต้นๆของโลกแล้ว

    คำบอกเล่าจากสูจิบัตรเข้างานให้รายละเอียดว่า ตอนนี้ฮ่องกงเป็นจุดยุทธศาสตร์สำคัญทางศิลปะ รองจากนิวยอร์กและลอนดอนเท่านั้น อาจเพราะผู้คนหันมาสนใจศิลปะแถบเอเชียกันมากขึ้น และฮ่องกงเปรียบเสมือนประตูเชื่อมระหว่างโลกตะวันออกกับตะวันตกเข้าด้วยกัน การซื้อขายงานศิลปะในฮ่องกงไม่มีภาษีทั้งขาเข้าและขาออก ในขณะที่เมืองจีนเก็บภาษี 34 เปอร์เซ็นต์จากการอิมพอร์ตงานศิลปะเข้ามาในประเทศ

    และเขาว่ากันว่า Art HK ปี 2010 เป็นปีที่เจ๋งที่สุดตั้งแต่จัดงานแฟร์นี้ขึ้นมา! เพราะแกลเลอรี่จำนวน 155 แห่งจาก 29 ประเทศทั่วโลก พากันขนงานศิลปะชิ้นเด็ดมาประกาศศักดากัน

     



    ฉันจึงยอมยกเวลาหนึ่งวันเต็มให้ Art HK 10 ที่มีตั้งแต่วันที่ 27-30 พฤษภาคม หลังจากใช้เวลาแบบหอมปากหอมคอกับการนั่งรถสองชั้นรอบเมือง ไหว้พระใหญ่ เดินโฉบไปเฉี่ยวมาตามแหล่งชอปปิ้ง กินติ่มซำ หมูกรอบ โจ๊กฮ่องกงมาแล้ว ในขณะที่เพื่อนศิลปินบางท่านใช้เวลาสองวันในการเสพงานศิลปะที่พวกเขาชื่นชอบ แต่ฉันก็ยังได้ยินเสียงบ่นอิดออดว่าไม่เต็มอิ่มอยู่ดี

    โชคดีที่ฉันได้บัตรเข้างานประเภท VIP เด็กสาวหน้าหมวย (สวยกว่าพริตตี้บ้านเราเสียอีก) ที่ยืนชูป้ายทางเข้างานจึงให้สิทธิ์ในการไม่ต้องยืนเข้าแถวต่อจากบรรดาประชาชนชาวฮ่องกงที่มายืนรอหน้างานตั้งแต่ช่วงเที่ยงวัน

    ในห้องโถงขนาดกว้างยาวราวๆ หนึ่งในสามของอิมแพคเมืองทองธานี เนืองแน่นไปด้วยผู้คน ทั้งฝรั่งหัวทองที่มีท่าทางคล้ายศิลปินกำลังยืนยกมือลูบคางพร้อมอธิบายงานของเขา, นักสะสมงานศิลปะที่กำลังต่อรองราคา, เจ้าของแกลเลอรี่และผู้ช่วยยืนยิ้มต้อนรับแขก, นักศึกษาศิลปะที่แยกไม่ออกว่าเป็นเด็กจีนหรือฮ่องกง, คู่รักผลัดกันถ่ายรูป,พ่อยื่นกล้องให้ลูกชายถ่ายรูปเล่น ฯลฯ เรียกได้ว่ามีทุกแบบ ทุกเพศ ทุกวัย

    อดคิดไม่ได้ว่าหากมี Art TH ที่กรุงเทพฯ บ้าง คงหนีไม่พ้นการเดินชนไหล่กันของสิ่งมีชีวิตในวงการศิลปะ เกี่ยวโยงไปถึงวงการบันเทิง เซเลบริตี้ และเด็กแนวเท่านั้น

    ฉันบังเอิญเจอคุณเฉิน เจ้าของ Tang Gallery แกลเลอรี่สัญชาติจีนที่มีสาขาในเมืองไทย เขานำเสนอกรงนกไม้ต่อกันหลายชั้นคล้ายตึกสูง และนกที่ถูกขังอยู่ข้างในต่างกระพือปีกบินหาทางออกที่ตั้งอยู่ด้านหน้า นี่คือผลงานในหัวข้อ ‘Ne Travaillez Jamais’ ของฤกษ์ฤทธิ์ตีระวนิช ศิลปินไทยชื่อดัง

    “ทุกวันนี้ประเทศจีนพัฒนาอย่างรวดเร็วบนระบบทุนนิยม คนจีนทำงานหาเงินกันอย่างเดียว กรงสูงๆ พวกนี้ก็เหมือนตึกสูงในเมืองจีนที่สิ่งก่อสร้างพวกตึกสูงที่โตขึ้นอย่างรวดเร็ว นกที่อยู่ในกรงก็เหมือนคนจีนที่อาศัยอยู่ในบ้านแคบๆ บนตึกสูง มันไม่มีความสุขนะฤกษ์ฤทธิ์เขาอยากให้คนหยุดทำงานกัน”

    คุณเฉินอธิบายให้ฉันฟังอย่างง่ายๆ และเป็นกันเองด้วยภาษาไทยสำเนียงจีนขณะพาเดินชมงานและแนะนำให้รู้จักบรรดาแกลเลอรี่ระดับโลกเมื่อเดินผ่าน White Cube จากลอนดอน, Gagosian จากฮ่องกง, Hauser & Wirth จากสวิตเซอร์แลนด์ และ Galerie Emmanuel Perrotin จากฝรั่งเศส

    “ส่วนของคนไทยมีอีกหนึ่งแกลเลอรี่ที่เข้าร่วมงานนี้ คือ 100 นสนแกลเลอรี่ที่อยู่ทางด้านนู้น”

    ฉันมองตามนิ้วชี้ของคุณเฉิน แต่ก่อนสายตาของฉันจะกวาดไปถึงปลายทาง มันถูกดึงดูดให้จ้องมองไปยังภาพของ Andy Warhol เสียก่อน ไม่น่าเชื่อว่าชีวิตนี้ฉันจะได้เห็นภาพจริงของศิลปินแนวป๊อปอาร์ตชื่อก้องโลก!

    คุณเฉินเล่าให้ฟังต่อว่า เมื่อกี้เขาเพิ่งกลับมาจากงานประมูลภาพศิลปะที่ห้องประชุมด้านบน และเมื่อฉันถามถึงงานของศิลปินไทย คุณเฉินชักสีหน้าและพูดด้วยน้ำเสียงตัดพ้อถึงความไม่รับผิดชอบ ไม่เอาใจใส่ของแกลเลอรี่ไทยหลายแห่ง

    “คนไทยส่งงานมาเข้าไปประมูลหลายชิ้น แต่คนที่ส่งหรือตัวแทนแกลเลอรี่เขาไม่มางานนี้กัน พวกเขาไม่ช่วยประชาสัมพันธ์ว่างานศิลปะชิ้นนี้เป็นของใครหรือศิลปินคนนี้มีดีหรือโด่งดังที่เมืองไทยยังไง งานศิลปะบ้านเราจึงไม่มีใครสนใจประมูลไปเลย ทั้งที่เป็นงานน่าสนใจหลายชิ้น”

    ว่าแล้วคุณเฉินก็ขอตัวเดินไปหาลูกค้าและฉันก็ออกเดินสำรวจรอบงานด้วยความตื่นเต้น ฉันอาจไม่ใช่นักชมศิลปะที่ดีนัก ใช้เวลาชื่นชมแต่ละภาพไม่เกิน 5 นาที และยกกล้องขึ้นถ่ายบันทึกไว้หากมองด้วยตาและใจชื่นชอบเป็นการส่วนตัว ฉันสังเกตเห็นว่าบู๊ทของประเทศไหนอนุญาตให้ถ่ายภาพได้ งานศิลปะของประเทศนั้นจะถูกรุมเร้าด้วยแสงแฟลชและได้รับความสนใจเป็นพิเศษ

    ทางผู้จัดงานประมาณการไว้ว่าสี่วันของงาน Art HK 10 จะมีคนเข้าชมไม่ต่ำกว่า 46,000 คน ฉันคิดว่าเป็นไปได้ เพราะแค่วันนี้วันเดียว ผู้คนแทบทะลักห้องโถงขนาดใหญ่ราวๆ หนึ่งในสามของอิมแพค เมืองทองธานีทั้งๆ ที่บัตรเข้างาน Art HK 10 ราคาใบละ 150 เหรียญฮ่องกงหรือประมาณ 630 บาท!

     



    เพื่อนชาวฮ่องกงตั้งข้อสังเกตด้วยสายตาคนในว่า อาจเพราะฮ่องกงเป็นเมืองการเงินที่เต็มไปด้วยนักธุรกิจและนักลงทุนจากตะวันตก เป็นเมืองที่แห้งแล้งและไร้ชีวิตชีวา หาดูศิลปะได้ยาก เมื่อมีงานอาร์ตแฟร์ ผู้คนจึงอยากเข้ามาชื่นชมความงามที่แตกต่างออกไปจากตึกสูงระฟ้าและป้ายโฆษณา

    หนึ่งในสามของคนในงานเป็นเด็กเล็กที่พ่อแม่จูงเข้ามาชื่นชมงานศิลปะไปพร้อมๆ กัน ส่วนกลุ่มเด็กชายหญิงที่นั่งระบายสีเทียนอย่างขะมักเขม้น ณ ประตูทางเข้า คล้ายศิลปะจัดวางมุมหนึ่งในงานที่ถูกถ่ายรูปมากที่สุดชิ้นหนึ่ง

    “Mommy why this woman doesn’t have her head?”

    เด็กชายหน้าตี๋ ตาตี่ วัยไม่เกิน 5 ขวบคนหนึ่งย้ำถามคุณแม่ด้วยสีหน้าสงสัย เมื่อเห็นหญิงสาวปั่นจักรยานที่มีใบพัดหลากสีด้านบน แต่เธอไม่มีหัว!

    “I’m so scared mommy” เด็กชายเริ่มร้องไห้โยเยเมื่อคุณแม่ได้แต่ยิ้ม ไม่ตอบคำถามว่านี่คืองาน Woman on Flying Machine ของ Yinka Shonibare, MBE ณ บู๊ท James Cohan Gallery จากนิวยอร์ก

    งานศิลปะราคาแพงสำหรับผู้ใหญ่กลายเป็นผีผู้หญิงหัวขาดน่าสยดสยองสำหรับเด็ก!

    สำหรับฉัน ถึงแม้ว่างานของ Warhol จะสร้างความตื่นตาตื่นใจเมื่อแรกพบ แต่ฉันก็เคยเห็นมันตามหน้าหนังสือและสื่ออยู่บ่อยๆ เช่นเดียวกับงานของ Damien Hirst ศิลปินแนวคอนเซ็ปชวลอาร์ตชื่อดังชาวอังกฤษที่มักมีสิงสาราสัตว์โผล่ในงานของเขา และ Kusuma Yayoiศิลปินชาวญี่ปุ่นกับผลงานที่ใครๆ ก็จำได้เพราะลายจุด ซึ่งหลายแกลเลอรี่ต่างพร้อมใจกันขนมาโชว์หลายชุด แต่งานศิลปะในแกลเลอรี่สัญชาติอินเดีย ตุรกี ฟิลิปปินส์ ไต้หวัน อินโดนีเซีย กลับสร้างแรงบันดาลใจใหม่ๆ ให้ฉันได้ดีกว่า

    ฉันรู้สึกอุ่นใจเหมือนได้กลับบ้านทันทีที่เดินไปถึงบู๊ทของ 100 Tonson Gallery แกลเลอรี่สัญชาติไทยเพียงหนึ่งเดียวในงาน Art HK 10 ที่มีแต่งานศิลปะไทยโดยศิลปินไทยล้วนๆ ฉันมีโอกาสได้ทักทายและพูดคุยกับสต๊าฟของที่นี่และรู้สึกภูมิใจราวกับเป็นเจ้าของแกลเลอรี่เสียเองเมื่อรู้ว่าผลงานของศิลปินไทยอย่างชาติชาย ปุยเปีย และอารยา ราษฎร์จำเริญสุข ประสบความสำเร็จในตลาดโลก

    ฉันเห็นหนุ่มลูกครึ่งไทย-จีนฮ่องกง อายุไม่เกิน 30 ปีคนหนึ่งตัดสินใจซื้อผลงาน ‘Two Planets Series’ ของอารยา ราษฎร์จำเริญสุข ที่สะท้อนภาพวัฒนธรรมการแสดงความคิดเห็นต่องานศิลปะของบรรดานักวิจารณ์หรือคนในแวดวงศิลปะที่มักใช้ศัพท์และภาษาเทคนิคในการพูดคุย จนบางครั้งอาจเกิดบรรยากาศที่น่ากระอักกระอ่วน หากในมุมกลับกัน เราลองหยิบยกงานศิลปะระดับมาสเตอร์พีซของโลก เช่นภาพวาดสีน้ำมันของเรอนัวร์ชิ้นนี้ไปตั้งโชว์ให้ชาวบ้านที่ไม่มีแบ็กกราวด์ทางด้านศิลปะวิพากษ์วิจารณ์บ้าง อาจจะได้ความคิดเห็นที่แตกต่างและไม่เกี่ยวข้องกับศิลปะเลย

    อาเสี่ยหนุ่มคนนี้ให้เหตุผลในการซื้องานศิลปะ (ราคาหกหลัก!) ว่าภาพนี้ทำให้เขาคิดถึงบรรยากาศอบอุ่นและวิถีชีวิตเรียบง่ายของคนไทยในต่างจังหวัด โดยเฉพาะในภาคเหนือซึ่งเป็นบ้านเกิดของคุณแม่

     



    ตัวฉันเองก็มีงานศิลปะที่ประทับใจ ฉันชอบงานของ Hiroto Kitagawaศิลปินชาวญี่ปุ่นที่บู๊ทของ Tokyo Gallery+BTAP เขาปั้นหญิงสาวและชายหนุ่มหน้าตาละม้ายคล้ายพระเอกนางเอกหน้าตาจิ้มลิ้มที่หลุดมาจากมังงะให้มีสเกลเท่าคนจริง แต่งตัวสวยหล่อทันสมัยตามยุคด้วยดินเหนียวสีน้ำตาลแดงและลงสีอะครีลิก มันช่างน่ารักในสายตาฉัน จนอยากชอปปิ้งติดไม้ติดมือกลับบ้านด้วย (ถ้าราคาไม่เหยียบหลักแสน!)

    นาฬิกาบอกเวลาห้าโมงเย็นหรือหกโมงในเมืองไทย ฝนที่ฮ่องกงยังคงตกลงมาเหมือนทุกวันในเดือนพฤษภาคม แต่บรรยากาศในงานวันนี้ต่างจากวันอื่นโดยสิ้นเชิง เพราะมันเป็นวันสุดท้ายของ Art HK 10

    ผู้คนเริ่มทยอยออก บรรดาเจ้าของแกลเลอรี่ ศิลปิน คิวเรเตอร์ หรือคนที่เกี่ยวข้องต่างชุลมุนวุ่นวาย เตรียมเก็บข้าวของหลังจากพวกเขาหลายคนอาศัยอยู่ต่างบ้านต่างเมืองมานานกว่าหนึ่งสัปดาห์ ส่วนฉันที่ใช้เวลาและเค้นพลังงานเดินรอบงานได้ราวๆ 6 ชั่วโมง ขออาศัย 100 Tonson Gallery เป็นจุดพักและนั่งสังเกตการณ์การทำงานของเหล่าเจ้าหน้าที่อาชีพ Art handler และ Shipping art ที่ทำงานร่วมกับแกลเลอรี่

    Art handler รับผิดชอบด้านการเก็บและแพ็กบรรดางานศิลปะราคาแพงด้วยทักษะ ความชำนาญเฉพาะด้าน หลังจากนั้น Shipping art บริษัทบริการขนส่งงานศิลปะโดยทางเรือหรือเครื่องบิน จะจัดส่งงานศิลปะเหล่านี้ไปยังจุดหมายปลายทางด้วยความระมัดระวังเป็นพิเศษ

    ภาพสุดท้ายที่ฉันได้เห็น ช่างต่างจากโลกศิลปะเมื่อ 6 ชั่วโมงก่อนที่เต็มไปด้วยจินตนาการแบบที่หาดูที่ไหนไม่ได้โดยสิ้นเชิง

    แต่ฉันมั่นใจว่าจะได้เห็นสีสันแบบนี้อีกครั้งหนึ่งเมื่อโอเปอเรเตอร์สาวประกาศเสียงดังลั่นฮอลล์ว่า

    “Thank You and See You Next Year in Art HK 11”

  • ภาพประทับใจ :
    ไม่พบรูปภาพ